ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน หลายๆ  อย่างที่เราจะต้องคอยใช้มือถือของเราเป็นเครื่องมือทั้งในการสื่อสาร  หรือการหาข้อมูลต่าง ๆ หากเราใช้งานมือถือของเราทั้งวัน อาจจะทำแบตเตอร์รี่หมดลงได้ ซึ่งในตอนนี้เทคโนโลยีที่ตออบโจทย์การใช้งานสุด ๆ คือ เคสมือถือแบตสำรอง ที่ได้รวมเคสมือถือที่ใช้ปกป้องมือถือ มารวมกับแบตสำรองที่จะชาร์จแบตให้เราได้ สำหรับใครที่อยากจะลองซื้อเคสแบตสำรองมาใช้นั้น วิธีเลือกซื้อเคสแบตสำรองอย่างไร ให้ตอบโจทย์การงาน เป็นวิธีเลือกซื้อเคสแบตสำรองให้ตอบโจทย์การใช้งาน เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณ

วิธีเลือกซื้อเคสแบตสำรองอย่างไร ให้ตอบโจทย์การงาน

เคสแบตสำรอง คืออะไร ?

สำหรับสาวกไอโฟนหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันดีกับ เคสมือถือแบตสำรอง ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยปกป้องโทรศัพท์ เราแล้วเคสมือถือแบตสำรอง ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานอีกด้วย เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าไอโฟนของเรานั้น แบตเตอร์รี่มักจะลดเร็ว ทำให้หลาย ๆ คนต้องพกแบตสำรองกันบ่อย ๆ แต่ในตอนนี้มีเทคโนโลยีอย่าง เคสแบตสำรอง ซึ่งเป็นอุปกรณ์เก็บพลังงานชนิดหนึ่งที่ไว้ใช้สำรองชาร์จมือถือ การทำงานของมันก็จะคล้าย ๆ กับพาวเวอร์แบงค์ที่เราเห็นทั่วไปตามท้องตลาดหรือที่หลายคนใช้กันอยู่ เพียงแต่มันได้ผลิตออกมาในรูปแบบของเคสมือถือ ที่สามารถพกพาไปได้สะดวกกว่าการพกแบตสำรองจริง ๆ อีกด้วย นอกจากจะช่วยชาร์จแบตแล้วนั้น เคสแบตสำรองยังมีรูปแบบที่หลากหลายให้เลือกอีกด้วย

วิธีเลือกซื้อเคสแบตสำรองอย่างไร ให้ตอบโจทย์การงาน - เคสแบตสำรอง คืออะไร ?

ค่า mAh คืออะไร ?

การเลือกซื้อเคสแบตสำรอง สิ่งที่คุณควรตรวจสอบก่อนซื้อเลยก็ คือ ค่า mAh  บางคนอาจจะไม่รู้ว่า ค่า mAh  นั้น คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในการเลือกเคสแบตสำรอง ซึ่งในแบตเตอร์รี่มือถือ แบตสำรอง หรือเคสแบตสำรองนั้น จะมีค่า mAh  บอกไว้เสมอ โดย ค่า mAh นั้นย่อมาจาก milliamps per hour หรือเวลาการจ่ายประจุไฟฟ้าต่อชั่วโมง อย่างเช่น ถ้าคุณเจอเคสแบตสำรองหรือพาวเวอร์แบงค์ ที่เขียนว่า 3,046 mAh นั่นก็หมายความว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถให้พลังงานไฟฟ้ากับมือถือของคุณได้ 3,046 แอมแปร์ต่อชั่วโมง ฉะนั้นค่าตัวนี้จะสามารถบอกกับเราได้ว่ามันสามารถชาร์จมือถือของคุณได้เร็วเท่าไหร่นั่นเอง การเลือกมือถือที่มีค่า mAh เยอะ ๆ นั้นจะช่วยให้แบตของคุณทนทานขึ้น ส่วนการเลือกเคสแบตสำรองที่มีค่า mAh สูง ๆ นั้นก็จะช่วยทำให้คุณสามารถใช้งานแบตสำรองได้นานขึ้น  ซึ่งค่า mAh ที่พบในแบตสำรอง นั้นก็มีตั้งแต่1500 – 30000 mAh แต่ในเคสแบตสำรองนั้นอาจจะมีค่า mAh สูงสุดเพียง 10000 mAh

วิธีการเลือกเคสแบตสำรองให้เหมาะกับคุณ

1. อ่านรายละเอียดค่า mAh ให้ถี่ถ้วน

ก่อนที่คุณจะซื้อสินค้าทุกอย่างนั้น สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุด คือ อ่านรายละเอียด และศึกษาวิธีการใช้งานให้เข้าใจที่สุด เคสแบตสำรองเองก็เช่นกัน คุณควร อ่านรายละเอียด และตรวจสอบค่า mAh ให้เรียบร้อยก่อนที่จะทำการตัดสินใจซื้อ ค่า mAh หรือเวลาในการชาร์จของเคสแบตสำรองนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก การเลือกค่า mAh ให้ตอบโจทย์กับการใช้งาน จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานมือถือได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะเป็นตัวพิจารณาว่ามันจะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณหรือไม่ หากคุณพนักงานออฟฟิศหรือบุคคลที่ไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้บ่อยเท่าไหร่ในช่วงเวลากลางวัน ระดับ mAh ประมาณ 1500 ก็น่าจะเพียงพอต่อการชาร์จ แต่หากคุณเป็นคนที่เดินทางบ่อยหรือทำงานที่จำเป็นต้องใช้มือถืออย่างต่อเนื่องในการติดต่อหรืออะไรก็ตามแต่ mAh ก็ควรจะเริ่มต้นตั้งแต่ 5000-10000 mAh เพื่อให้โทรศัพท์มีพลังงานเพียงพอต่อการใช้งาน การเลือกค่า mAh ให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันจะช่วยให้คุณทำงานต่าง ๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากยิ่งค่า mAh สูง น้ำหนักก็อาจจะมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น

2. เลือกเคสแบตสำรองที่มีไฟ LED แจ้งสถานะ

นอกจากการศึกษาวิธีใช้ และความสวยงามของเคสแบตสำรองแล้วนั้น สิ่งที่จะทำให้เราสามารถใช้งานแบตสำรองได้สะดวกมากยิ่งขึ้น คือ การเลือกแบตสำรองที่ไฟแสดงสถานะ เคสแบตสำรองหลาย ๆ รุ่นนั้นก็มักจะมีไฟ LED เพื่อแจ้งสถานะการใช้งานของแบตอยู่  เนื่องจากสถานะไฟ LED จะสามารถบอกเราได้ว่าเคสแบตสำรองของเรานั้นยังมีไฟฟ้าหลงเหลือยู่ประมาณเท่าไหร่ และการชาร์จไฟฟ้าเข้าเคสแบตสำรองนั้นเต็มแล้วหรือยัง ถึงแม้ว่าในเคสแบตสำรองส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชันนี้อยู่แล้วนั้น แต่เราก็ต้องเลือกให้ดีว่าเคสรุ่นที่เราจะซื้อนั้น มีฟังก์ชั่นนี้ด้วยหรือไม่

3. ตรวจสอบดูว่าเคสแบตสำรองรองรับรุ่นมือถือของคุณหรือไม่

ในปัจจุบันนั้นมีเคสแบตสำรองออกมามากมาย แต่ในบางแบรนด์ หรือบางรุ่นนั้นอาจจะไม่ได้รองรับการใช้งานกับมือถือของเรา แม้คุณจะใช้ไปโฟนที่มีเคสแบตสำรองให้เลือกเยอะมากนั้น แต่ก็ใช้ว่าจะมีเคสรุ่นของคุณให้เลือกเยอะ หากคุณต้องการซื้อเคสแบตสำรอง ควรตรวจสอบด้วยว่าเคสแบตสำรองนั้นรองรับรุ่นมือถือของคุณหรือไม่ และมีฟังก์ชั่น รวมไปถึงปริมาณแบตที่เยอะตอบโจทย์การใช้งานหรือไม่

วิธีเลือกซื้อเคสแบตสำรอง - ตรวจสอบดูว่าเคสแบตสำรองรองรับรุ่นมือถือของคุณหรือไม่

4. ซื้อตามงบประมาณที่มี

เคสแบตสำรองเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนในยุคโซเชียลอย่างมาก ซึ่งเมื่อเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ  นั้น ทำให้เคสแบตสำรองมีราคาที่ค่อยข้างสูง หากเทียบกับการซื้อเคสแบบปกติ หรือแบตสำรองแยก แต่ราคาที่สูงก็แลกมากับความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในการใช้ เคสแบตสำรองนั้นมีวัสดุมีคุณภาพต้นทุนการผลิตสินค้าสูงกว่าวัสดุธรรมเกรดธรรมดาทั่วไป และยิ่งเคสแบตตำรองที่มีค่า mAh สูงๆ  นั้น ยิ่งจะทำให้ราคาสูงขึ้นไปอีก ดังนั้น ควรเลือกซื้อเคสแบตสำรองที่ตอบโจทย์การใช้งาน และมีราคาที่สอดคล้องกับงบประมาณของเรา

เคสแบตสำรอง เป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่หลาย ๆ คนเริ่มนำมาใช้ในชีวอตประจำวันกัน เพราะสามารถประหยัดพื้นที่ในการเก็บของของกระเป๋าได้ดี ทั้งยังสะดวกสบายสามารถใช้งานได้ทันที เพียงใส่เคส สำหรับใครที่กำลังอยากจซื้อเคสแบตสำรองชิ้นแรก แต่ไม่รู้จะเลือกซื้ออย่างไรนั้น วิธีเลือกซื้อเคสแบตสำรองอย่างไร ให้ตอบโจทย์การงาน ช่วยให้คุณสามารถเลือกเคสแบตสำรองที่เข้ากับคุณและใช้งานได้อย่างคุ้มค่า

นอกจากเคสแบตสำรองจะช่วยทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ก็ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานและเพิ่มความสะดวกให้เราอย่างดี อย่าง เมาส์ไร้สาย เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมของคอมพิเตอร์ และโน้ตบุ๊คที่สามารถใช้งานได้ดี และใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่ต้องการซื้อเมาส์ไร้สายดี ๆ สักอันนั้น สามารถ คลิกที่นี่ เพื่ออ่านทริคในการเลือกเมาส์ไร้สาย